|
|
18 มกราคม 2550 อ่าน 2661 ครั้ง | พิมพ์ | rss
แซน-รัสสธรช์ สิรภัทรศักดิ์เมธา
นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียน Convent of the Infant Jesus (Holy)
รางวัล ชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแข่งขันมายากลระดับนักเรียนมัธยมศึกษา ครั้งที่ 1
นี่คือเรื่องราวของเด็กสาวเจ้ามายา(กล) ที่จะทำให้คุณต้องอึ้ง เพราะทึ่งไปกับความสามารถหลากหลายที่เธอมี

แซนเคยมาฝึกงานที่ออฟฟิศ seventeen เมื่อไม่นานนี่เอง นอกจากจะหน้าตาน่ารักแล้ว ความเด่นจนต้องดึงตัวเธอมาสัมภาษณ์ในตอนแรกนั้นคงเป็นเรื่องที่แซนเพิ่งไปคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดมายากลระดับประเทศมา แต่...พอสืบไปเสาะมาจึงได้รู้ว่านอกจากเล่นมายากลเก่งแล้ว แซนยังเป็นนักกิจกรรมที่มีความสามารถหลายด้าน ทั้งยังมีความคิดอ่านน่าสนใจเกินวัย 18 ปี
'Julie Ann Magic Dance' ชื่อคณะที่เป็นมากกว่ามายากล
"ปกติเวลาที่คนส่วนใหญ่คิดเกี่ยวกับมายากลก็คงเป็นอะไรที่แค่เล่นกลประกอบเพลงอินโทรเล็กๆ น้อยๆ ใช่ไหมคะ แต่ว่าของหนูเนี่ยไม่ใช่เลย ความที่หนูมีพื้นฐานด้านการร้องและเต้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าถ้าลองเอาทุกอย่างมารวมกันเป็น ร้อง เต้น เล่นมายากลคงจะเป็นอะไรที่สนุกดี ก็เลยลองเอามาประยุกต์ใช้ในการประกวด ซึ่งหนูว่าหนูชนะใจกรรมการตรงคอนเซ็ปต์นี้มากกว่า คือเป็นอะไรที่แปลก ไม่มีใครเคยทำ หลังๆ พอไปเล่นที่โรงเรียน เพื่อนจะพูดว่า "เออ...ฉันก็คิดว่าจะเล่นแบบยืนไปเล่นไป แต่นี่มันเป็นโชว์โชว์หนึ่งเลยนี่นา..."
'Magician' ไม่ได้เป็นกันง่าย
"ถ้าถามว่าทำไมต้องมายากลละก็ ต้องย้อนไปสมัยป.2 เลยละ คือตอนนั้นเห็นเขาเรียนเต้นแจ๊ซกันขณะไปเดินห้างกับแม่ แล้วเกิดความรู้สึกอยากเรียนมากๆ หนูดึงชายกระโปรงแม่จะเรียนให้ได้เลยนะคะ... ตั้งแต่นั้นก็เรียนมาเรื่อยจนช่วงป.5 ก็เริ่มมีการประกวดเต้นเข้ามา ต่อมาก็หันเหไปเรียนร้องเพลงร่วมด้วย...
จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปชนะการประกวดเอเวอร์เซ้นส์ เกิร์ล คอนเทสต์เข้า เขาจึงให้ไปลงคอร์สเรียนมายากลดู ซึ่งก็เหมือนได้ชิมรสของคำว่ามายากลมานิดหน่อย ยังไม่ลงลึกอะไรมากมาย จนได้ไปเจอกับครูมามาด้า (ศูนย์ส่งเสริมศิลปะมายากล) เข้า จึงได้มีโอกาสเรียนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีกนิด ซึ่งครูมามาด้าเนี่ยละค่ะที่เป็นคนตั้งชื่อ Julie Ann Magic Dance ให้กับหนูและยังสนับสนุนให้ลองประกวดมายากลเป็นครั้งแรก จนได้รางวัล หลังจากนั้นก็มีงานโชว์เข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ ได้ตังค์ด้วย เดี๋ยวนี้หนูพาน้องเข้ามาเล่นเป็นผู้ช่วยด้วย ให้มาช่วยหยิบของค่ะ แรกๆ เขาปฏิเสธหัวชนฝา แต่พอให้ทำจริงๆ เขาก็ทำได้ดีนะ"
ชอบทำกิจกรรมจนมีหลายรางวัลการันตี
"หนูเป็นคนชอบแสดงออกอยู่แล้วค่ะ โดยเฉพาะกับเรื่องเต้นๆ มันสนุกนะ...เมื่อก่อนจะทำกิจกรรมนอกโรงเรียนเยอะ เช่นไปประกวดเชียร์ลีดเดอร์ ปอมปอม เกิร์ล ดังนั้นพออยู่โรงเรียนก็จะเอาแต่ทำการบ้าน เรียนก็เรียนอย่างเดียว พอเพื่อนถามว่าทำกิจกรรมอะไรนอกเวลาเรียนบ้างไหมก็ไม่เคยบอก เพราะหนูต้องการแบ่งโลกไปเลยว่า นี่งานนะ นี่เรียนนะ ไม่เกี่ยวกัน...
พอย้ายโรงเรียนมาต่อม.ปลายที่ Holy ก็เริ่มหันมาทำกิจกรรมในโรงเรียนบ้าง เพราะที่นี่จะสอนคล้ายๆ โรงเรียนอินเตอร์ค่ะ ฝึกให้นักเรียนได้ทำอะไรด้วยตัวเอง"
โต้วาทีก็เคยทำมาแล้ว
"ก่อนหน้านี้ที่เอแบคเขาจัดให้มีโต้วาทีเป็นภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยไงคะ และเหมือนกับว่าโรงเรียนต้องเลือกเด็กไปแข่ง ซึ่งสุดท้ายอาจารย์ก็เลือกเรา ซึ่งหนูเป็นอะไรที่เฮ้ย...โต้วาที เกิดมายังไม่เคยคิดจะไปโต้กับใคร อึ้งค่ะแทบจะร้องไห้ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ ด้วยความที่ท่านอุตส่าห์ไว้ใจ เอาวะ...ถือซะว่าไปเรียนรู้ว่าการโต้วาทีคืออะไรแล้วกัน...
พอไปเจอคนที่มาจากโรงเรียนอื่นแล้ว น่ากลัวมาก แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้น บ้างก็เป็นเด็กอิงลิชโปรแกรม บ้างก็จบจากนอก พูดอังกฤษกันไฟแลบ แถมยังมีเทรนเนอร์ที่เป็นฝรั่งมาคุมด้วย แต่โรงเรียนหนูไม่มีค่ะ เด็กไปกันเอง ขนลุกเลยตอนนั้น เหมือนเอาพวกเราไปขึ้นเขียงให้เขาเชือด อยากกลับบ้านแว้วว...แต่ก็แข่งไปเรื่อยๆ นะ จนสุดท้ายพอประกาศว่า Holy ได้ที่ 1 โหย...ดีใจสุดๆ เพราะไม่เคยคิดว่าจะผ่านรอบแรกซธด้วยซ้ำ...หนูว่าการโต้วาทีช่วยฝึกให้เรามีความคิดที่เป็นระบบมากขึ้นนะ"
กิจกรรมเยอะอย่างนี้เรื่องการเรียนเป็นไง
"หนูเรียนเก่งนะ (แซนพูดอย่างภูมิใจ)...ตั้งแต่เด็กแล้วที่หนูได้เกรดเฉลี่ย 3.7 หรือ 4 มาตลอด หนูจะแบ่งกันชัดเจนระหว่างเรื่องงานกับเรื่องเรียน เวลาเรียนในห้องก็เต็มที่จนทุกอย่างเข้าหัวหมด ดังนั้นพอสอบหนูจึงไม่ซีเรียสเหมือนเด็กคนอื่นที่จะต้องมานั่งอ่านทั้งเล่ม แต่ทบทวนเฉพาะคีย์หลักก็โอเคแล้ว ซึ่งก็ได้เกียรตินิยมด้วย อีกอย่างเวลารับงานไปโชว์มายากล หนูก็จะทำแค่ช่วงฟรีไทม์อยู่แล้วค่ะ เพราะยังไงเรื่องเรียนก็ต้องมาก่อน เรื่องงานเมื่อไหร่ก็ทำได้ จนแม่วางใจให้หนูรับงานเองเลย"

'แม่' คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด
"ถูกค่ะ ถ้าตอนป.2 แม่ไม่ให้ไปลงทะเบียนเรียนแจ๊ซให้ หนูก็ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าชีวิตจะออกมาแนวไหน ท่านจะคอยสนับสนุนให้กำลังใจหนูเสมอ เชื่อไหมคะว่าแม่ไม่เคยพูดคำว่าระวังเสียการเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว คอยรับ-ส่งเต็มที่ไม่ว่าจะไปทำอะไร"
มองวัยวุ่นรุ่นเดียวกันอย่างไร
"ถ้าเป็นในระดับเดียวกันนะคะ หนูว่าพวกเขาเด็กมากเลย ไม่รู้สิ หนูรู้สึกว่าการที่หนูได้ทำงานพวกนี้มันทำให้ความคิดเราโตขึ้น มีมุมมองคนละแบบกับเพื่อน บางครั้งพอเพื่อนเกิดปัญหาอะไรก็พยายามสอนให้เขามองหลายๆ มุม...
แต่ชีวิตวัยรุ่นหนูไม่ได้หายไปเพราะต้องรับผิดชอบแต่เรื่องงานนะคะ มีคนเคยบอกว่างานเยอะอย่างนี้มีเวลาไปเที่ยวด้วยเหรอ ไม่รู้!...รู้แต่ว่าไปมาหมดแล้ว...ดูหนังก็ทำ...เล่นกีฬาก็ไป...ความรักก็มี เพียงแต่เราต้องรู้จักจัดสรรเวลาให้ดีก็พอ"
ก่อนจบบทสนทนาน้องแซนฝากบอกเรียนหนังสือเก่งไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป แค่ตั้งใจเรียนให้เต็มที่ ที่เหลือก็ออกค้นหาตัวเองจากประสบการณ์ชีวิตที่ได้จากกิจกรรมที่สร้างสรรค์ พบสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วเต็มที่กับมัน แค่นี้ก็สามารถมีความสุขได้เหมือนกันนะจะบอกให้...
แม่แซนสอนเรื่องความรัก
แซนบอกว่าคุณแม่มักสอนเสมอว่าการรักใครสักคนควรต้องทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายรู้สึกแฮปปี้ ต่างฝ่ายต้องช่วยเหลือและเกื้อหนุนกัน อย่าให้การเรียนเสีย ฉะนั้นถ้าการรักกันแล้ว ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทุกข์ใจ นั่นหมายความว่าความรักนั้นไม่ได้เป็นความรักที่ถูกต้อง

Magic Works!
Let's Go...Magic
พ็อกเก็ตบุ๊ค 12 อาชีพ เรียนลัด รวยเร็ว
สร้างงานทำเงิน ในทางเดินโลกมายากล
The Magician
TEP กับเคล็ดลับการเรียนของสาวน้อยผู้รักกิจกรรม
The Prestige หลุมพรางมายากล (ตอนจบ)
The Prestige กับดักมายากล (1)
ฝึกมายากลบนอินเทอร์เน็ต
จอมเวทมนตร์จิ๋ว ในโลกมายากล
|
|
 |